วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2551

งาดำ + วิธีคั่ว

งาดำ

คุณค่าทางอาหาร
งา : เมล็ดพืชเล็กจิ๋วที่อุดมไปด้วยสารอาหาร มี 2 แบบ คือ งาดำ และงาขาว นอกจากนี้ยังมีน้ำมันงาที่ใช้ปรุงอาหารได้ดี เพราะมีกลิ่นหอมและกรดไขมันที่มีประโยชน์. . . . สารอาหารที่มีอยู่ในเมล็ดงาล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น เช่น โปรตีนในงามีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย คือ กรดอะมิโนเมธิโอนีน ในถั่วเหลืองมีกรดอะมิโนที่จำเป็นตัวนี้น้อย ชาวมังสวิรัติจึงใส่งาลงไปในอาหารถั่วเหลืองที่ปรุง เพื่อให้มีสารโปรตีนสมบูรณ์มากขึ้น. . . . ในเมล็ดงามีน้ำมันมาก จึงสกัดออกมาเป็นน้ำมันงาที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม คือ มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอล จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันไลโนเลอิก (linoleic acid) ซึ่งช่วยทำให้ผมดกดำ บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น. . . . งายังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และทองแดง อีกทั้งยังมากด้วยวิตามินบีชนิดต่างๆ ซึ่งดีต่อระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ ร่างกายกระฉับกระเฉง พร้อมกันนั้นยังมีสารบำรุงประสาทด้วย และวิตามินอีเป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยต้านมะเร็ง. . . . เลือกซื้อเมล็ดงาดำและงาขาวที่สะอาด ไม่มีสิ่งสกปรกเจือปน เมื่อซึ้อมาแล้วให้เก็บใส่ขวด ปิดฝา เมื่อจะใช้ให้คั่วในปริมาณที่พอใช้ เท่านั้น เพราะถ้าคั่วทิ้งไว้กลิ่นจะไม่หอมและเหม็นหืนข้อมูลจาก : http://www.skr.ac.th/Work_M5/food_health/prw/prw.html

วิธีคั่ว

ใช้ตะแกรงร่อนฝุ่น ผง ทราย ออกซะก่อน .. แล้วล้างด้วยน้ำเกลือ 1 % (อย่าแช่นาน เดี๋ยวเค็ม)

. . . . ผมใช้แผ่นตะแกรงแบบสแตนเลส ย้อยตกท้องช้าง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว มีตาห่างกำลังดี มีขอบเพียงครึ่งนิ้ว เป็นสแตนเลสเหมือนกัน และมีลวดล้อมขอบยื่นออกมาเป็นมือจับคล้ายที่กรองกะทิแบบนี้ใช้ดี ร่อนฝุ่น ผง และทราย ออกได้มาก จะว่าเกือบหมดก็ว่าได้ ถ้าไม่รังเกียจฝุ่นดินที่เหลือติดผิวของงาดำอีกหน่อย ก็เอาไปคั่วหรืออบได้เลย
. . . . แต่ถ้าจะล้างก็หากะละมังที่ใหญ่กว่าตะแกรงซักหน่อย เติมน้ำ 2 ลิตร กับเกลือหยาบ 20 CC. (1 ช้อนโต๊ะพูนๆ) แล้วใช้ตะแกรงใส่งาดำประมาณ 250 กรัม ลงไปล้างในน้ำเกลือ ยกตะแกรงขึ้น-ลงให้ฝุ่น ผง ทราย ร่วงหลุดลอดตาข่ายลงไป ใช้ทัพพีคนให้ทั่วอีกครั้ง แล้วรีบยกขึ้นสะเด็ดน้ำให้แห้ง (ถ้าแช่นานเกิน 5 นาที ก็อาจจะเค็ม) ตอนเทน้ำเกลือทิ้งจะเห็นตะกอนดินอยู่ก้นกะละมัง
ก่อนหรือหลังการล้างด้วยน้ำเกลือไม่จำเป็นต้องล้างด้วยน้ำเปล่า น้ำเกลืออย่างเดียวก็ล้างฝุ่น ผง ทราย ได้เกลี้ยงเกลา (เคี้ยวไม่เจอทรายแล้ว)จากนั้นก็เทงาดำใส่ถาดไปตากแดดจนแห้งดี ..

การคั่ว..
ถ้ากลัวไหม้ก็ใช้กระทะหนาๆ ใบใหญ่ซักหน่อย จะได้กระจายความร้อนไม่ให้ร้อนมากเกินไป ..
ใช้ไฟอ่อนที่สุด คั่วแบบไม่หยุดมือ คอยสังเกตว่าถ้าร้อนมากจนมีควันลอยขึ้นก็ต้องรีบยกกระทะสูงขึ้นให้ห่างไฟสักครู่ พอควันหยุดลอยจึงค่อยคั่วต่อ และต้องใช้เวลานานประมาณ 1 ชม. จึงจะหอม . . . . แต่ถ้าใช้วิธีอบก็อบทั้งเปียกๆ ได้เลย .. ครึ่งชั่วโมงแรกตั้งอุณหภูมิที่ 150 องศาเซนเซียส (ตามสูตรของคุณ TIGERSONG) ครบครึ่งชม. ใช้ทัพพีคนงาดำพลิกไปพลิกมาให้ทั่ว แล้วลดอุณหภูมิลงมาที่ 130 องศา อบต่ออีกครึ่งชม. ถ้าแห้งดีและส่งกลิ่นหอมกรุ่นๆ แล้ว ก็ใช้ได้เลยครับ...

ไม่มีความคิดเห็น: